โลโก้ห้างสรรพสินค้าสังฆภัณฑ์
ห้างสรรพสินค้าสังฆภัณฑ์ แห่งแรกของชาวพุทธ
ศูนย์จำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ และของใช้ทำบุญทุกชนิด
สั่งซื้อสินค้าและบริการ
  เหตุผลที่เลือกเรา 1.สินค้าจัดเป็นหมวดหมู่ชัดเจน 2.จอดรถสะดวก 3.บริการบัตรเครดิต 4.ติดป้ายราคาได้มาตรฐาน  
สินค้า บริการ สินค้าใหม่ เกี่ยวกับเรา ข่าวประชาสัมพันธ์ ติดต่อเรา
                 
พระพุทธรูป พระประธาน   เครื่องบวช กฐิน   สังฆทาน ไทยธรรม   ผ้าไตรจีวร โต๊ะหมู่บูชา  
พระพุทธรูป พระประธาน   เครื่องบวช เครื่องกฐิน   ชุดสังฆทาน ไทยธรรม   ชุดอัฐบริขาร, ผ้าไตรจีวร โต๊ะหมู่บูชา ธรรมมาสน์  
 
บอก WEB นี้ให้เพื่อน :
 
สินค้าหลัก
 













 
 
แผนที่ไปห้างสังฆภัณฑ์
 
พระพุทธรูป
พระประจำวัน
พระแก้วมรกต
พระรูปเหมือนต่างๆ
องค์เทพต่างๆ 
เครื่องบวช 
เครื่องกฐิน ผ้าป่า
ชุดสังฆทานไทยธรรม
ผ้าไตรจีวร สบงอังสะ
ย่ามผ้าไหม, ตาลปัตร
ชุดขาวปฏิบัติธรรม
CD-หนังสือธรรมะ
โต๊ะหมู่บูชา
เครื่องมุก(โต๊ะหมู่)
ธรรมาสน์
บุษบก
ตู้ะพระไตรปิฎก
อาสนะ
เรือพระที่นั่งจำลอง
ตราตั้งพัดยศ
ตู้กระจกครอบพระ
หิ้งพระ แท่นวางพระ
ระฆัง ฆ้อง กลอง
คริสตัล
เบญจรงค์
เซรา มิค,แก้ว
เจดีย์บรรจุพระธาตุ
พานพุ่ม,พานบายศรี
ฉัตร 7 ชั้น 9 ชั้น
ธงต่างๆ
อุปกรณ์การ ศึกษา
ธูป,ธูปหอม,ธูปไร้ควร
เทียน,เทียนหอม
เทียนพรรษา
วัตถุมงคล
กล่องพระ
ศาลพระพรหมฯ
ศาลพระภูมิ
ศาลตายาย
เครื่องตั้งศาล
เครื่องศาลจีน
เครื่องครัวใช้ในวัด
เครื่องใช้งานศพ
ของชำร่วยของที่ระลึก
เบ็ดเตล็ด
 
ปฏิทินกิจกรรม
.
ประมวลภาพกิจกรรมห้างสังฆภัณฑ์
 
ชมภาพยนต์โฆษณาห้างสังฆภัณฑ์
 
บริการรับจัดงานทำบุญทุกรูปแบบ
 
นาๆสาระ
   
ขอเชิญร่วมสวดมนต์เย็น
 
ทุกวันเสาร์ เวลา
 
18.00-20.30 น.ฟรี.
 
สถาบันศรีแสงธรรม
     
 
     
 
ขุดขาวปฏิบัติธรรม

ลูกเป็นคนยากจน มีเงินน้อย อยากจะได้อานิสงส์มากๆ จะทำบุญอย่างไรดีคะ?

ถาม
"ลูกเป็นคนยากจน มีเงินน้อย อยากจะได้อานิสงส์มากๆ จะทำบุญอย่างไรดีคะ?"



หลวงพ่อ
"คืออานิสงส์จริงๆ ต้องทำบุญให้มากที่สุด เท่าที่จะพึงทำได้
สมมติว่าเรามีเงินอยู่ ๑๐ บาท จะไปมาที่นี่ เสียค่ารถ ๖ บาท กินก๋วยเตี๋ยว ได้ครึ่งชามแล้ว หมดไป ๙ บาท เหลือ ๑ บาท เขียนที่หน้าซองเลยว่าเงินนี้ถวายสังฆทาน วิหารทานและธรรมทาน คนนี้อานิสงส์มากเหลือเกิน
จำนวนเงินเขาไม่จำกัด เขาจำกัดกำลังใจ ถ้ากำลังใจมุ่งด้านดีนะ

การทำบุญมากๆ คำว่า "ทำมาก" หมายความว่า ทำบ่อยๆ แต่คำว่า "บ่อย" ไม่ต้องทุกวันก็ได้นะ คำว่า "มาก" หมายความว่า ทำเต็มกำลังที่พึงทำ ไม่ใช่ขนเงินมามากเวลาทำบุญ ต้องดูก่อนว่า ค่าใช้จ่าย เรามีความจำเป็นเพียงไร เงินที่มีความจำเป็น อย่านำมาทำบุญ มันจะเดือดร้อนภายหลัง และให้เหลือส่วนนั้นไว้บ้าง แล้วแบ่งทำบุญพอสมควร

และประการที่ ๒ การทำบุญ ถ้าใช้วัตถุมาก แต่กำลังใจน้อย ก็มีอานิสงส์น้อยถ้าหากใช้วัตถุน้อย กำลังใจมีมาก ก็มีอานิสงส์มาก อย่างถวายสังฆทาน ที่บรรดาญาติโยมพุทธบริษัทนำมานี่ ลงทุนไม่มาก แต่อานิสงส์มหาศาล ความจริง ถ้าจะพูดถึงอานิสงส์กันจริงๆล่ะก็รู้สึกว่าจะมากกว่าจัดงานที่บ้าน หรือที่วัดตั้ง เยอะแยะทั้งนี้เพราะว่าอะไร เพราะว่าถวายสังฆทาน เราทำกันแบบเงียบๆ ไม่มีกังวลการ

บำเพ็ญกุศลแต่ละคราว ถ้ามีกังวลมาก อานิสงส์มันก็น้อย เพราะว่าจิตที่เราเข้าสู่กุศลมันห่วงงานอื่นมากกว่าไม่ตั้งจิตโดยเฉพาะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถวายสังฆทานในหมู่สงฆ์ ตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ตามพระวินัย ท่านเรียกกันว่า คณะสงฆ์ ถ้าต่ำกว่านั้น เป็น คณะบุคคล ถ้าบุคคลเดียว เป็น ปาฏิปุคคลิกทาน

โดยเฉพาะ ทีนี้การถวายสังฆทานแก่พระสงฆ์เป็นหมู่นี้มีอานิสงส์มาก เรื่องนี้ก็มีตัวอย่าง คนที่มีทรัพย์น้อย ทรัพย์มาก อย่างท่านอินทกะเทพบุตรกับ ท่านอังกุระ - เทพบุตร ไงล่ะ

ท่าน อังกุระเทพบุตร ทำบุญนอกเขตพระพุทธศาสนา เวลานั้นพระพุทธศาสนาไม่มี ตั้งโรงทาน ๘๐ โรง ให้ทานถึง ๒ หมื่นปี เลี้ยงคนกำพร้า คนตกยาก คนเดินทาง พอตายจากความเป็นคน ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุดเพราะเขตของบุญเล็กไป คนไร้ศีลไร้ธรรม ใช่ไหม


ตรงกันข้ามท่านอินทกะเทพบุตร เกิดเป็นคนจน พ่อตาย ตัดฟืนเลี้ยงแม่ ก็ไม่ได้ตัดขายมากมาย เอาแค่วันๆ พอกินพอใช้ไปวันๆวันหนึ่ง พระ สงฆ์เดินผ่านไปที่นั้น ท่านมีโอกาสได้ถวายทาน ในฐานะที่ไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อนคนจนจะมีอะไรมากนักใช่ไหมล่ะ เพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้นอาศัยคุณ คือความกตัญญูรู้คุณอย่างหนึ่งแล้ว ก็ถวายสังฆทานหนึ่ง สองอย่างด้วยกัน ตายแล้ว ไปเป็นเทวดาที่มีบุญมากที่สุดในดาวดึงส์ นอกจากพระอินทร์แล้ว ไม่มีใครโตกว่า"
 
 
 
     

     
 
 
 
 
การให้ทานในเขตและนอกเขตพระพุทธศาสนา

สมัยเมื่อองค์สมเด็จพระพิชิตมาร เสด็จไปบนสวรรค์ ชั้นดาวดึงสเทวโลก ( เพื่อโปรดพระพุทธมารดา ) องค์สมเด็จพระชินสีห์ ประทับที่ บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ เวลานั้นมีเทวดา 2 ท่าน มาเฝ้าองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถก่อนคนอื่นทั้งหมดเว้นไว้ แต่พระอินทร์ พระอินทร์ท่านเป็นเจ้าภาพ ท่านรับอยู่ก่อน มีเทวดาองค์หนึ่งมา คือ ท่านอินทกเทพบุตร มานั่งอยู่ข้างๆขา เบื้องขวา ท่านอังกรุเทพบุตร มานั่งข้างขาเบื้องซ้ายเทวดามากันมากมายหมดดาวดึงส์ท่านอินทกเทพบุตรนั่งตรงที่เดิม แต่ท่านอังกรุเทพบุตร ต้องถอยไปอยู่ท้ายบริษัทอยู่ริมนอก เพราะเป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุดในดาวดึงส์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงถาม ท่านอังกุรเทพบุตร ( ท่านบันดาลให้เสียงท่านและเสียงเทวดาที่พูดกันได้ยิน ถึงคนที่คอยท่าน อยู่ที่เมืองพาราณสี ที่เมืองมนุษย์ คนทุกคนฟังชัด ) องค์สมเด็จ พระทรงสวัสดิ์ ถามว่า "อังกุระ เมื่อสมัย เมื่อตถาคต ขึ้นมาใหม่ๆ มาถึงใหม่ เธอนั่งใกล้ ข้างขาข้างซ้าย เวลานี้เทวดาทั้งหลาย มากันคบถ้วน แต่ว่า เธอกลับมานั่ง ท้ายบริษัท ตถาคตอยากจะทราบว่า ในสมัยที่เธอเป็นมนุษย์ เธอทำบุญอะไรไว้ จึงเป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุดในสวรรค์ชั้น ดาวดึงสเทวโลก"
ท่านอังกุระ จึงได้กราบทูล สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "ภันเตภควา ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เจริญพระพุทธเจ้าข้า ในสมัยที่ข้าพระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ เป็นมหาเศรษฐีมีทรัพย์มากแล้วในสมัยนั้น เป็นต้นกัปคนมีอายุยืนมากอา ยุถึง 80,000 ปีจึงตาย ต่อมาสมัย ที่ข้าพระพุทธเจ้าเป็นคนแก่เหลืออีก 20,000 ปี จะสิ้นอายุ จึงได้ให้ตั้งโรงทาน 80 แห่ง คือ 1 โยชน์ 1 แห่ง โรงทานนี้ ให้แก่คนกำพร้าคนเดินทาง ทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งอาหารการบริโภค ผ้าผ่อนท่อนสไบ ของใช้ตามสมควร แต่ว่าเวลานั้นว่างจากพระพุทธศาสนา คนไม่มีศีลไม่มีธรรมคนไร้ศีลไร้ธรรม ไม่มีพระพุทธเจ้าทรงสอน บุญญาธิการที่ได้ จึงน้อยเกินไป ( ลงทุนมาก 20,000 ปี ตั้งโรง ทาน 80 แห่ง เลี้ยงไม่จำกัด ขอบรรดาท่าน พุทธบริษัท คิดเอาว่า เขาต้องใช้เงินวันละเท่าไร แต่ว่าอาศัยว่า คนผู้รับเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ ท่านผู้ให้ ก็ไม่ค่อยจะบริสุทธิ์นักเว ลานั้น ศีลธรรมน้อยเกินไป เป็นของธรรมดาของชาวโลก วัตถุทานที่ได้มาก็เข้าใจว่าไม่ค่อยจะบริสุทธิ์ ฉะนั้นเวลาตายจาก ความเป็นมนุษย์ จึงมาเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุด) เมื่อข้าพระพุทธเจ้ามาถึงใหม่ๆ นั่งใกล้พระ องค์แต่ในที่สุด ก็ต้องมานั่งท้าย เพราะบุญญาธิการ ไม่เท่าเทวดาทั้งหลาย "
หลังจากนั้นองค์สมเด็จพระจอมไตร จึงถาม ท่านอินทกเทพบุตร ว่า " อินทกะ เมื่อตถาคต มาถึงใหม่ๆ เธอมาถึงแล้ว ก็ นั่งตรงนี้เวลานี้ เทวดามาหมดสวรรค์ ชั้นดาวดึงสเทวโลก เธอก็นั่งตรงนี้ ตถาคตอยากจะทราบว่า ในสมัยที่เป็นมนุษย์ เธอ สร้างความดี คือ บุญกุศลอะไรไว้ เธอจึงเป็นเทวดาที่มีศักดาใหญ่นอก จากพระอินทร์ "
ท่านอินทกเทพบุตรจึงกราบทูลสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า
"ภันเตภควา ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ พระพุทธเจ้าข้า การที่ข้าพระพุทธเจ้าสมัยเป็นมนุษย์นั้นเป็นคนที่จนที่สุด หมายความว่า เป็นคนจนอยู่ในป่า ต่อมาท่านพ่อตายเหลือแต่ท่านแม่ ก็มีความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ เลี้ยงแม่ด้วย การตัดฟืน เหนื่อยยากลำบากขนาดไหนก็ไม่สนใจ สนใจอย่างเดียวว่า ทำอย่างไรแม่จึงจะมีความสุขตามกำลังที่จะให้ท่าน ได้ "
ฟังตอนนี้ ก็คิดด้วยนะ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายว่า คนที่มีความรู้คุณ ยอมรับนับถือความดี ของบุคคลผู้มี คุณ แล้วสนองคุณท่านนี่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นคนดี ตามพระบาลีท่านว่า
" นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา "
ซึ่งแปลว่า " บุคคลใดรู้อุปการคุณ ที่ท่านทำแล้ว แล้วก็ทำดี สนองตอบแทนคุณท่าน เราขอสรรเสริญบุคคลนั้น ว่าเป็นคนดี "
เป็นอันว่า เมื่อองค์สมเด็จพระชินสีห์สดับแล้ว ท่านก็เล่าต่อไป ท่านอินทกะถวายคำตอบต่อไปว่า "มาวันหนึ่งมีพระสงฆ์ใน พระพุทธศาสนาเดินทางมา ก็เป็นเวลาที่พอดีมีอาหารอยู่บ้าง ตามฐานะ ของคนจนคนป่า ยามปกติไม่มีของ สำหรับทำบุญ คนจนนี่ก็ไม่มี พระบางครั้ง พระมา ก็ไม่มีของถวาย ก็เลยจำใจนิ่ง เพราะอยากจะถวาย วันนั้นพอดีของในครัว พอมีอยู่บ้าง พระก็มาพอดี มีโอกาส ได้อาราธนาพระ ถวายเป็นสังฆทาน ครั้งเดียวในชีวิต ใน ชีวิต ของข้าพระพุทธเจ้า เป็นคนจน ถวายสังฆทานครั้งเดียว แต่ก็มีความกตัญญูรู้คุณกับแม่ด้วย ตายจากความเป็นคน จึงมาเกิดเป็นเทวดาบน สวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก เป็นเทวดาที่มีอานุภาพมากกว่าเทวดา อื่นนอกจากพระอินทร์
นี่บรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย ฟังแล้วต้องคิดว่า ท่านอังกรุเทพบุตร ทำบุญมากแต่ว่ามีอานิสงส์น้อย ท่านอินทกเทพบุตร ทำบุญน้อยแต่มีอานิสงส์มาก เรื่องนี้มีมากในพระพุทธศาสนา
ฉะนั้นการบำเพ็ญกุศลนี่ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย โดยถ้วนหน้า ต้องเลือกเขต เลือกนา การหว่านพืชในที่ดอนเกินไป ไม่มีน้ำเลี้ยงพืช ก็แห้งตาย การหว่านพืช ในที่ลุ่มเกินไป น้ำท่วมพืชก็ตาย จะต้องดูถึงพื้นนาที่ดีๆ ข้าวหรือพืชจึงจะงาม ผลจึงจะดกมีผลคุ้มค่า และเกินค่าที่เราทำ อย่างท่านอินทกเทพบุตร ท่านเป็นคนจนแสนจน แต่ว่าท่านถวายสังฆทานตาม เขตในพระพุทธศาสนา แล้วก็มีความกตัญญูรู้คุณ ต่อบิดามารดาอันนี้เป็นปัจจัยสูงสุด
แต่ก็เป็นที่น่าปลื้มใจ ที่คณะบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทและภิกษุสามเณร ทั้งในวัดก็ดี นอกวัดก็ดี นิยมการบำเพ็ญทานอันดับสูงนั่นคือ
1. พอใจในการถวายสังฆทาน ถวายสังฆทาน มีของมาถวายจัดเป็นชุด โดยเฉพาะก็มี ของน้อยก็มี ของมากก็มี นี่เป็นสังฆทานและ
2. ก็มีมากท่านนิยมมาเลี้ยงพระ การเลี้ยงพระสงฆ์ตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไปไม่ต้องบอก ก็เป็นสังฆทาน 100 เปอร์เซ็นต์ ทีนี้การใส่บาตรหน้าบ้าน โดยไม่จำกัดพระ อันนี้ก็เป็นสังฆทาน อานิสงส์ใหญ่มาก ที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ายกย่องว่า การบำเพ็ญทาน ถวายแด่พระองค์เอง 100 ครั้ง มีผลไม่เท่าถวายสังฆทานครั้งเดียว และ
3. บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท พระก็ดี เณรก็ดีที่นิยมการช่วยส่งเสริม ในการสร้างวิหารทาน ถึงกับมาสร้างห้องเป็นห้องๆ เป็นชื่อของตัวเอง เป็นชื่อน่ะไม่ใช่โชว์ ที่เขาติดชื่อน่ะ จะได้ทราบว่า ใครทำไว้ ลูกหลาน จะได้โมทนา ได้เป็นส่วนบุญด้วย สร้างพระพุทธรูปสวยสดงดงาม
รวมความว่า การบริจาคทานของบรรดาท่านพุทธบริษัททำถูกต้องอย่างนี้มีอานิสงส์มาก

คัดมาจาก หนังสือบารมี 10 โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
( หลวงพ่อพระมหาวีระ ถาวโร วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี )
 
     
     
  ขอขอบคุณ เว็บพลังจิต  
     
องค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา        
พระพุทธศาสนา ธรรมะเพื่อชีวิต วันสำคัญทางศาสนา ศาสนพิธี อานิสงส์การทำบุญ บทความธรรมะสร้างกำลังใจ
 
กลับขึ้นด้านบน : หน้าหลัก | สินค้า | บริการ | สินค้าใหม่ | เกี่ยวกับเรา | ข่าวสารกิจกรรม | ติดต่อเรา | รับสมัครงาน | เว็บบอร์ด |
 
บริษัท สังฆภัณฑ์ จำกัด 165 ถ.บางแวก-จรัญสนิทวงศ์ 13(ฝั่งถนนกาญจนาภิเษก) แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม. 10160
โทร.0-2865-3999, แฟกซ์ 02-449-5459 E-mail: webmaster@sangkapan.com, sangkapan2010@hotmail.com
 
 
copyright : sangkapan 2009