โลโก้ห้างสรรพสินค้าสังฆภัณฑ์
ห้างสรรพสินค้าสังฆภัณฑ์ แห่งแรกของชาวพุทธ
ศูนย์จำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ และของใช้ทำบุญทุกชนิด
สั่งซื้อสินค้าและบริการ
  เหตุผลที่เลือกเรา 1.สินค้าจัดเป็นหมวดหมู่ชัดเจน 2.จอดรถสะดวก 3.บริการบัตรเครดิต 4.ติดป้ายราคาได้มาตรฐาน  
สินค้า บริการ สินค้าใหม่ เกี่ยวกับเรา ข่าวประชาสัมพันธ์ ติดต่อเรา
                 
พระพุทธรูป พระประธาน   เครื่องบวช กฐิน   สังฆทาน ไทยธรรม   ผ้าไตรจีวร โต๊ะหมู่บูชา  
พระพุทธรูป พระประธาน   เครื่องบวช เครื่องกฐิน   ชุดสังฆทาน ไทยธรรม   ชุดอัฐบริขาร, ผ้าไตรจีวร โต๊ะหมู่บูชา ธรรมมาสน์  
 
บอก WEB นี้ให้เพื่อน :
 
 
 
พระพุทธรูปปางต่างๆ
 
1.พระพุทธรูปปางประสูติ
2.พระพุทธรูปปางมหาภิเนษกรมณ์
3.พระพุทธรูปปางตัดพระเมาลี
4.พระพุทธรูปปางอธิษฐานเพศบรรพชิต
5.พระพุทธรูปปางปัจจเวกขณะ
6.พระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกิริยา
 
7. พระพุทธรูปปางทรงพระสุบิน
8. พระพุทธรูปปางรับมธุปายาส
9. พระพุทธรูปปางเสวยมธุปายาส
10.พระพุทธรูปปางรับหญ้าคา
11. พระพุทธรูปปางเสี่ยงบารมีลอยถาด 12.พระพุทธรูปปางสมาธิเพชร
 
13. พระพุทธรูปปางมารวิชัย
14.พระพุทธรูปปางสมาธิหรือปางตรัสร
15.พระพุทธรูปปางถวายเนตรู้
16.พระพุทธรูปปางจงกรมแก้ว
17.พระพุทธรูปปางเรือนแก้ว
18.พระพุทธรูปปางห้ามมาร
 
19. พระพุทธรูปปางนาคปรก
20.พระพุทธรูปปางฉันผลสมอ
21.พระพุทธรูปปางประสานบาตร
22.พระพุทธรูปปางรับสัตตุก้อนสัตตุผง
23.พระพุทธรูปปางพระเกศธาต
24.พระพุทธรูปปางรำพึง
 
 
 
 
 
     
 
 
1.พระพุทธรูปปางประสูติ

ประวัติพระพุทธรูปปางประสูติ (ปางประสูติ)

         พระพุทธปฏิมา ปฐมบรมศาสดาโลก (ปางประสูติพระปางประสูติ หรือ พระพุทธรูปปางประสูติ เป็นปางพระพุทธรูปที่เกิดขึ้นจากเมื่อครั้งที่พระบรมโพธิสัตว์สุติจากดุสิต เทวโลก ประสูติในอิริยาบถยืนหันพระพักตร์ไปทางเหนือ เสด็จย่างพระบาทไป ๗ ก้าว มีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับ ๗ ดอก แล้วทรงกล่าว อาสภิวาจา ว่า “เราเป็นผู้เลิศที่สุดในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้การเกิดใหม่มิได้มี”

         หลังเสด็จปฏิสนธิในพระครรภ์ พระนางสิริมหามายา อัครมเหสีของ พระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ และ พระนางสิริมหามายาทรงพระครรภ์แก่ ได้ให้ประสูติพระโอรส ณ โคนต้นสาละ ลุมพินีวัน ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์ และกรุงเทวทหะ ระหว่างเสด็จกลับไปคลอดที่กรุงเทวทหะ ซึ่งเป็นบ้านเกิด ในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ วันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพระพุทธศักราช ๘๐ ปี ในเวลาใกล้เที่ยง 
พระพุทธปฏิมา ปฐมบรมศาสดาโลก (ปางประสูติ) หรือ พระพุทธรูปปางประสูติ จึงได้ถือกำเนิดเป็นรูปเคารพขึ้นเป็นครั้งแรก ณ ลุมพินีวัน (ทุกวันนี้อยู่ในอาณาเขตประเทศเนปาล) อันเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธองค์

          ต่อมา พระพุทธรูปปางนี้ได้เผยแพร่เหลายเข้ามายังเมืองไทยเมื่อไม่กี่ปีมานี้  ด้วยความเชื่อที่มีมานานแล้วว่า  ผู้ที่ได้บูชาพระพุทธรูปปางประสูติ จะเป็นผู้ได้เริ่มต้นชีวิตอันเจริญรุ่งเรือง เพราะปางประสูติ ถือเป็นอากัปกิริยาเริ่มแรกของพระพุทธเจ้า นั่นเอง

 
 
2.พระพุทธรูปปางมหาภิเนษกรมณ์

ประติมากรรมพุทธประวัติปางมหาภิเนษกรมณ์ วัดไผ่โรงวัว จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าชายสิทธัตถะทรงม้ากัณฐกะ มีนายฉันนะ เกาะหลังม้าตามเสด็จ ขาม้าทั้ง ๔ ขา มีท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ ประจำอยู่ นำพระองค์เหาะข้ามกำแพงพระนครออกไปด้วยปาฏิหารย์

ประวัติพระพุทธรูปปางมหาภิเนษกรมณ์

          ซึ่งเป็นรูปพระโพธิสัตว์ทรงเครื่อง  เจ้าชายสิทธัตถะกุมาร ได้ทรงครองราชสมบัติตราบเท่าพระชนมายุ 29 พรรษา เมื่อถึงวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะได้เสด็จทอดพระเนตรเห็นบรรพชิต ในขณะที่กำลังเสด็จประพาสอุทยาน ทรงพอพระทัยในเพศบรรพชา เมื่อเสด็จกลับยังปราสาท ทรงบรรทมบนพระแท่นครู่หนึ่งก็ตื่นบรรทมเมื่อเวลาเที่ยงคืน

         จึงเสด็จทรงอัศวราช ชื่อกัณฐกะ มีสีขาวเหมือนสีสังข์ โดยโปรดให้มหาดเล็กชื่อ ฉันนะ ตามเสด็จออก มหาภิเนษกรมณ์ ขณะถึงพระทวารใหญ่ มารได้ทูลพระมหาสัตว์ว่า " ข้าแต่มหาวีระ อย่าเสด็จเลย อีก 7 วัน ทิพยจักรรัตนะ ก็จะปรากฏแก่พระองค์แล้ว " พระองค์ตรัสตอบว่า " มาร ข้ารู้แล้วว่า จักรรัตนะจะเกิดขึ้น แต่ข้าไม่ต้องการราชสมบัติ หลีกไปเถิดมาร ข้าจะเป็นพระพุทธ เป็นผู้นำพิเศษบันลือ แปทั่วหมื่นโลก " แล้วมารก็หายตัวไป

 
 
3.พระพุทธรูปปางตัดพระเมาลี

พระพุทธรูปปางตัดพระเมาลี การสร้าง"พระพุทธรูปปางตัดพระเมาลี"ตามประติมากรรมพุทธประวัติปางตัดพระเมาลี (มวยผม) วัดไผ่โรงวัว จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าชายสิทธัตถะอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) บนพระแท่นพระหัตถ์ซ้ายทรงรวบพระเมาลีไว้ พระหัตถ์ขวาทรงพระขันค์ทำอาการทรงตัดพระเมาลี มีนายฉันนะและม้ากัณฐกะอยู่ด้านหลัง

ความเป็นมาของปางตัดพระเมาลี
   
เจ้าชายสิทธัตถะทรงเห็นว่าพระเมาลีไม่สมควรแก่เพศบรรพชิต จึงทรงตัดออกด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นพระเกศาก็ปรากฏยาวประมาณ ๒ องคุลี ม้วนกลมเป็นทักขิณาวัฏ (เวียนขวา) ทุกๆเส้น และคงอยู่อย่างนั้นตราบถึงดับขันธปรินิพพาน แล้วทรงจับพระเมาลีขว้างขึ้นไปบนอากาศ อธิฐานว่า "ถ้าจะได้ตรัสรู้ ก็ให้พระเมาลี จงตั้งอยู่ในอากาศ อย่าได้ตกลงมา แม้นมิได้ตรัสรู้สมความประสงค์ ขอให้พระเมาลีตกลงสู่พื้นพสุธา" พระเมาลีนั้นได้ประดิษฐานลอยอยู่บนอากาศสูงประมาณ ๑ โยชน์ ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) อัญเชิญพระเมาลีไปบรรจุไว้ในพระจุฬามณีเจดีย์ในสวรรคชั้นดาวดึงส์ ฆฏิการพรหมได้นำเครื่องอัฐบริขาร คือสิ่งจำเป็นสำหรับบรรพชิตมาน้อมถวาย แล้วอัญเชิญพระภูษาเมื่อครั้งเป็นคฤหัสถ์ไปบรรจุไว้ ณ ทุสเจดีย์ในพรหมโลก


4.พระพุทธรูปปางอธิษฐานเพศบรรพชิต
 

พระพุทธรูปปางอธิษฐานเพศบรรพชิต วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายหงายบนพระเพลา ( ตัก ) พระหัตถ์ขวายกขึ้น ตั้งฝ่าพระหัตถ์เสมอพระอุระ ( อก ) เบนฝ่าพระหัตถ์ไปทางซ้าย อันเป็นกิริยาสำรวมจิตอธิษฐานเพศบรรพชิต

ความเป็นมาของปางอธิษฐานเพศบรรพชิต
   
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกพ้นเขตกรุงกบิลพัสดุ์จนมาถึงฝั่งแม่น้ำอโนมา จึงเสด็จลงจากหลังม้า ประทับเหนือหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำ รับสั่งแก่นายฉันนะว่า พระองค์จะบรรพชาถือเพศเป็นบรรพชิต ณ ที่นี้ ให้นำเครื่องประดับและม้ากัณฐกะกลับพระนคร เจ้าชายสิทธัตถะทรงตั้งพระทัยว่า เมื่อได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จะเสด็จกลับมาเทศนาโปรดพระประยูรญาติ

 
 
5.พระพุทธรูปปางปัจจเวกขณะ

พระพุทธรูปปางปัจจเวกขณะ วัดปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายประคองบาตร ที่วางอยู่บนพระเพลา ( ตัก ) พระหัตถ์ขวายกขึ้นป้องเสมอพระอุระ ( อก ) ทอดพระเนตรลงต่ำ

ความเป็นมาของปางปัจจเวกขณะ

หลังจากที่เจ้าชายสิทธัตถะ หรือ พระบรมโพธิสัตว์ ได้บรรพชาแล้ว ได้เสด็จไปเสวยสุขจากการบรรพชา ณ ป่ามะม่วงนามว่า อนุปิยอัมพวัน โดยเว้นการเสวยพระกระยาหาร ๗ วัน ด้วยอิ่มในสุขจากการบรรพชา ในวันที่ ๘ ได้เสด็จไปบิณฑบาตในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในเขตกรุงราชคฤห์ แล้วเสด็จมาประทับ ณ บัณฑวบรรพต ทอดพระเนตรอาหารซึ่งปะปนกันในบาตรแล้วเสวยไม่ลง เพราะเคยเสวยแต่อาหารที่ประณีต จึงได้เตือนพระองค์เองว่า "บัดนี้เราเป็นบรรพชิต ต้องอาศัยผู้อื่นเลี้ยงชีพ ไม่มีสิทธิ์เลือกอาหารตามใจชอบ การบริโภคอาหารของผู้แสวงหาสัจธรรมนั้น ก็เพียงเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด ไม่มีจุดประสงค์อื่น นอกจากแสวงหาทางหลุดพ้นเท่านั้น" แล้วจึงเสวยภัตตาหาริ

 
 
6.พระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกิริยา

พระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกรกิริยา วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร พระพุทธรูปในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองซ้อนกันบนพระเพลา ( ตัก ) พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย เป็นกิริยานั่งสมาธิ มองเห็นพระวรกายซูบผอมจนพระอัฐิ ( กระดูก ) และพระนหารุ ( เส้นเอ็น ) ปรากฏ

ความเป็นมาของปางบำเพ็ญทุกรกิริยาิ
   
พระบรมโพธิสัตว์ทรงศึกษาจนสำเร็จสมาบัติ ๗ จากสำนักอาฬารดาบสและสมาบัติ ๘ จากสำนักอุทกดาบส อุทกดาบสได้ตั้งพระบรมโพธิสัตว์ไว้ในตำแหน่งอาจารย์เสมอด้วยตนเอง แต่พระบรมโพธิสัตว์เห็นว่าวิชาที่ศึกษามายังมิใช่หนทางแห่งโพธิญาณ จึงอำลาออกจากสำนัก ทรงแสวงหาหนทาง ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม มีปัญจวัคคีย์ ทั้ง ๕ ได้แก่ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ อัสสชิ เป็นอุปัฏฐาก พระบรมโพธิสัตว์ทรงกระทำทุกรกิริยา เช่น ลดอาหารลงทีละน้อยจนถึงงดเสวย ร่างกายซูบผอม พระโลมา ( ขน ) มีรากเน่าหลุดออกมา แลเห็นพระอัฐิได้ชัดเจน ไปทั่วพระวรกาย จะลุกขึ้นก็เซล้มลงไปแทบสิ้นพระชนม์

 
ขุดขาวปฏิบัติธรรม
 
 
   

องค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนา        
พระพุทธศาสนา ธรรมะเพื่อชีวิต วันสำคัญทางศาสนา ศาสนพิธี อานิสงส์การทำบุญ พลังบุญกุศล
 
กลับขึ้นด้านบน : หน้าหลัก | สินค้า | บริการ | สินค้าใหม่ | เกี่ยวกับเรา | ข่าวสารกิจกรรม | ติดต่อเรา | รับสมัครงาน | เว็บบอร์ด |
 
บริษัท สังฆภัณฑ์ จำกัด 165 ถ.บางแวก-จรัญสนิทวงศ์ 13(ฝั่งถนนกาญจนาภิเษก) แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม. 10160
โทร.0-2865-3999, แฟกซ์ 02-449-5459 E-mail: webmaster@sangkapan.com, sangkapan2010@hotmail.com
 
 
copyright : sangkapan 2009